เครื่องดื่มนํ้าตาล 0% เสี่ยง ”โรคอ้วน” มากกว่าเดิม?

ในยุคสมัยนี้ เทรนด์เฮลตี้มาแรงขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่หยุดหย่อน ด้วยเหตุนี้เอง หลายๆคนก็เริ่มที่จะลดการทานเครื่องดื่มที่มีนํ้าตาลและแคลอรี่สูง แล้วหันมาทานเครื่องดื่มที่มีนํ้าตาลน้อยลง หรือหากกระหายนํ้าอัดลม ก็มักจะเลือกแบบไม่มีนํ้าตาลแทน แต่ทุกท่านรู้มั้ยครับ ว่าเครื่องดื่มที่มีนํ้าตาล 0% นั้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนสูงกว่าแบบปกติซะอีก

โดยตัวเครื่องดื่มนํ้าตาล 0% นั้น จะมีส่วนประกอบเหมือนนํ้าอัดลมสูตรปกติ แต่แทนที่นํ้าตาลด้วยสารให้ความหวาน โดยตัวที่พบได้บ่อยที่สุดในตลาดคือ แอสปาร์แตม โดยตัวของแอสปาร์แตมนั้น เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะย่อยสลายเป็นเมทานอล ซึ่งจากคําของผู้เชี่ยวชาญนั้น หากร่างกายได้รับเมทานอลในปริมาณมากเกินไปก็อาจเป็นพิษได้ 

ดร.แพทย์หญิงสายพิณ โชติวิเชียร ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ ได้อธิบายว่า สารให้ความหวานนั้นจะกระตุ้นอินซูลินในร่างกาย หลอกให้สมองรับรู้ถึงความหวาน แต่กลับกันแล้ว เมื่อกลไกของสมองสั่งการว่ามีรสชาติหวาน แต่ตามจริงไม่ได้รับความหวานอย่างที่ต้องการ ร่างกายจะเกิดความต้องการของหวานเพิ่มขึ้นกว่าปกติ ทําให้ร่างกายของเราต้องทดแทนโดยการทานอาหารมากขึ้น และในระยะยาวอาจทําให้เกิดอาการติดรสหวาน

เมื่อเราเกิดอาการติดหวานแล้วนั้น เรามักจะมีแนวโน้มที่จะไม่ชอบอาหารที่ไม่ได้รับการปรุงแต่ง ซึ่งนั่นหมายความว่าเรามักจะเลือกอาหารที่มีรสจัดแต่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยแทนอาหารสุขภาพที่มักจะไม่ค่อยมีรสชาติมากเท่า และเพิ่มความอยากของหวานให้มากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว จากการทดลองในสัตว์ ยังพบอีกว่าสารให้ความหวานนั้นอาจทําให้เสพติดได้

นอกจากนี้เอง ยังพบอีกว่าสารให้ความหวานนั้นอาจส่งผลให้เกิดโรคอ้วน โดยที่ไม่แสดงออกในปริมาณ แคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวัน และยังเพิ่มโอกาสในการเกิดเบาหวานเทียบเท่าการดื่มนํ้าอัดลมสูตรปกติ ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยจากหลายๆสถาบันยังพบว่ามีความเชื่อมโยงของการรับประทานสารให้ความหวานกับการเกิดโรคหัวใจ โรคไต และภาวะกระดูกพรุน 

ด้วยเหตุนี้ BEEfast จึงขอแนะนําให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีนํ้าตาลน้อย แต่หากต้องการเติมความหวานจริงๆ ลองใช้ผลิตภัณฑ์ให้ความหวานจากธรรมชาติอย่าง นํ้าผึงแทนดีกว่าครับ