วิธีดูแลผมหลังตากฝนแบบง่าย ๆ

ช่วงหน้าฝนแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามาที่เราจะต้องเผชิญกับฝนเจ้าปัญหา ทั้งเปียกทั้งเป็นหวัด ทรงผมที่จัดมาก็เสียทรง BEEfast จะมาแนะนำเคล็ดลับวิธีดูแลผมหลังจากโดยฝน ทำอย่างไรให้ผมไม่เสียชี้ฟู ไปดูกันเลย

ซับผมให้แห้ง

          หากตากฝนมาแล้วยังไม่ได้กลับเข้าบ้าน ควรหาผ้าหรือกระดาษทิชชูมาซับฝนให้แห้ง เพื่อไม่ให้มีความอับชื้น อีกทั้งสิ่งสกปรกที่มากับฝนก็จะได้ลดน้อยลงตอนซับน้ำฝนนั้นด้วย

ทำความสะอาดเส้นผมให้หมดจด

         การทำความสะอาดเส้นผมอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้สุขภาพผมดีและเส้นผมไม่พันกัน สภาพเส้นผมชี้ฟูและหยิกงอจะหายไปทันทีหากคุณมีเส้นผมที่สะอาดและสุขภาพดี เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว สระผมของคุณให้สะอาดทันทีด้วยแชมพูสูตรเพื่อทำความสะอาดโดยเฉพาะ

ใช้แชมพูและครีมนวดผม

         สิ่งสกปรกที่มาพร้อมฝน แค่ใช้แชมพูสระออกอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องใช้การหมักผมล้างสิ่งสกปรกคู่กันด้วยจะดีที่สุด โดยใช้เบกกิ้งโซดาครึ่งถ้วย ผสมกับน้ำอุ่น 3 ถ้วย คนให้เข้ากันดี จากนั้นล้างผมด้วยน้ำเปล่า เอาแค่พอเปียกหมาด แล้วจึงเอาเบกกิ้งโซดามาล้างเส้นผม นวดวนประมาณ 3-5 นาที ปิดท้ายด้วยการสระผมตามปกติ เพียงเท่านี้ก็ล้างความสกปรกจากน้ำฝนออกไปได้หมดแล้ว ลมมรสุมและความชื้นทำให้เส้นผมชี้ฟูได้อย่างหนัก จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่คุณควรใช้ครีมนวดผมบำรุงเส้นผมของคุณให้มีสุขภาพดี

การเป่าผมให้แห้งถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

         สภาพอากาศที่ชื้นในช่วงลมมรสุมและมีฝนตกจะทำให้การแพร่พันธุ์ของแบคทีเรียในเส้นผมคุณเกิดได้อย่างรวดเร็ว ปัญหานี้สามารถนำไปสู่การติดเชื้อต่าง ๆ บนหนังศีรษะได้คุณจำเป็นจะต้องเป่าผมให้แห้งสนิทใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมเบา ๆ

ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์หลายชิ้นจนเกินไป

         การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมากเกินไปก็ใช่ว่าจะส่งผลดี ควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์หรือของแต่งผมที่มากจนเกินไปแทนที่จะผลักสารเคมีเข้าเส้นผม หรือทำลายผมด้วยความร้อนต่าง ๆ แนะนำให้ลองมองหาตัวเลือกอื่นดีกว่า ควรเลือกใช้ครีมนวดผมที่มีส่วนช่วยให้ผมจัดทรงง่ายและไม่ชี้ฟู

นี่คือวิธีดีๆที่จะทำให้ผมที่ตากฝนมา กลับมาสุขภาพดีไปด้วยในช่วงฤดูฝนแบบนี้ เพียงทำตามวิธีที่ BEEfast ได้แนะนำไปก็จะได้รักษาสุขภาพผมที่ดีขึ้นได้ทุกวัน