วัคซีนที่ “ผู้ใหญ่” ควรฉีดเพื่อป้องกันโรค

วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ป้องกันไว้ห่างไกลโรค ไม่เฉพาะเด็กเล็กๆ เท่านั้นที่ต้องการวัคซีนเพื่อป้องกันโรคในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับวัคซีนเช่นกัน จริงๆแล้วการได้รับวัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเทศไทยที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเผชิญกัยปัญหาสุขภาพและรายจ่ายในการดูแลสุขภาพ ดังนั้นการดูแลเชิงป้องกันก่อนเกิดโรคย่อมดีกว่ามาพบแพทย์ในวันที่ป่วย ทั้งยังช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น

ทำความรู้จัก 6 วัคซีน ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ

  1. วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่พบได้ในทุกช่วงวัย โดยทั่วไปการติดเชื้อไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรง ผู้ป่วยจะหายได้เองภายใน 3-5 วันหลังจากมีอาการของโรค แต่หากเป็นผู้สูงอายุ จะมีอัตราเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สูง รวมทั้งอัตราการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ก็สูงตามไปด้วย แนะนำให้ฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากเชื้อไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง โรคเบาหวาน โรคไต โรคเลือด รวมถึงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
  1. วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ เหมาะกับผู้ป่วยที่ตัดม้าม ผู้ป่วยตับวาย หรือไตวาย ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน และผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป นอกจากนี้อาจพิจารณาตามความเหมาะสม วัคซีนนี้ฉีดเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย นิวโมคอคคัส ซึ่งเป็นสาเหตุสําคัญของการติดเชื้อ ปอดอักเสบ และอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงนำไปสู่การเสียชีวิตได้ แนะนำให้ฉีดวัคซีนในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงได้แก่ ผู้ที่มีผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ผู้ป่วยที่ตัดม้าม ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง โรคตับแข็ง โรคไตวายเรื้อรัง โรคเบาหวาน รวมถึงผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
  1. วัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุควรฉีดวัคซีนกระตุ้นเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันเพียงพอต่อการป้องกันโรคทั้ง3ชนิดนี้ โดยควรฉีดวัคซีน บาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน(Tdap) 1 ครั้งในวัยผู้ใหญ่ หลังจากนั้นฉีด วัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ (Td) ทุก 10 ปี 
  1. วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด แนะนำในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรคงูสวัด และช่วยลดความรุนแรงของอาการงูสวัดได้ ทั้งนี้คนที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคงูสวัดได้ และยิ่งอายุมากขึ้นก็มีโอกาสเป็นได้มาก เนื่องจากภูมิต้านทานของร่างกายที่ลดลง โดยอุบัติการณ์การเกิดงูสวัดจะพบประมาณร้อยละ 30ในประชากรทั่วไป และจะเพิ่มถึงร้อยละ 50 ในผู้ที่มีอายุ 85 ปี
  2. วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันโรคและมีโอกาสสัมผัสเชื้อ เช่นครู หรือผู้ที่เลี้ยงเด็กเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่ยังไม่ต้องการตั้งครรภ์ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ไม่ทราบหรือไม่มีประวัติเคยเป็นมาก่อน ควรตรวจหาภูมิคุ้มกันอีสุกอีใสก่อนได้รับวัคซีน
  3. วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ตับอักเสบบีเป็นโรคร้ายที่ส่งผลกระทบต่อตับซึ่งเกิดจากไวรัสตับอักเสบบี วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีสามารถป้องกันโรคตับอักเสบบีและอันตรายต่างๆ ที่ตามมาหลังจากการติดเชื้อตับอักเสบบีได้ รวมถึงมะเร็งตับและตับแข็ง นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการฟอกไต รวมถึงผู้ป่วยที่ได้รับเลือดบ่อยๆ ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคไตวายเรื้อรัง ผู้เป็นโรคเบาหวาน รวมถึงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้ารับการฉีด เพื่อรับการตรวจร่างกายเบื้องต้น พร้อมรับคำแนะนำเกี่ยวกับข้อบ่งชี้และข้อห้ามของวัคซีนแต่ละตัว เพื่อให้ได้รับประโยชน์และความปลอดภัยจากการฉีดวัคซีนอย่างแท้จริง  

ขอบคุณข้อมูลจาก paolohospital