ทำอย่างไรเมื่อต้องตกอยู่ในสภาวะเครียด?

ความเครียดถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย ถ้าเรามองข้ามมันไป ในวันข้างหน้าโรคความเครียดนี้ก็จะสามารถทำให้เกิดความไม่สบายใจ และหากเกิดความเครียดมาก ๆ ก็อาจนำไปสู่การเกิดปัญหาสุขภาพได้ ดังนั้น ทุกคนควรมีวิธีจัดการและรับมือกับความเครียด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและความสุขให้สมดุลในชีวิต

สัญญาณของความเครียด

เมื่อความเครียดก่อตัวขึ้น สามารถสังเกตอาการที่ปรากฏเป็นสัญญาณหรืออาจบ่งชี้ถึงระดับของความเครียดได้ตามความรุนแรงของอาการ ได้แก่ 

อาการทางจิตใจ

ซึมเศร้า หดหู่ หมดหวัง รู้สึกแย่เกี่ยวกับตนเอง รู้สึกไร้ค่า ขาดความมั่นใจ อยากหลีกหนีสังคม หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือพบปะผู้คน หงุดหงิดง่าย เจ้าอารมณ์ ควบคุมตนเองไม่ได้ หรือควบคุมตนเองได้ไม่ดี

อาการทางร่างกาย

อาจเกิดอาการปวดหัว นอนไม่หลับ ไม่มีเรี่ยวแรง พลังงานต่ำ ปากแห้ง กลืนอาหารลำบาก ท้องไส้ปั่นป่วน ท้องเสีย ท้องผูก คลื่นไส้อาเจียน เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็ว มือเย็น เท้าเย็น หรือมีเหงื่อออกมากที่มือและเท้า เป็นต้น

ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดแต่ละประเภทในรูปแบบอาการที่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจมีอาการส่วนใหญ่ในระบบย่อยอาหาร ในขณะที่บางคนอาจปวดหัว มีปัญหาการนอนหลับ ขี้หงุดหงิด หรือมีอารมณ์ซึมเศร้า โดยผู้เผชิญความเครียดอย่างเรื้อรังเหล่านี้ จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการป่วยด้วยการติดเชื้อไวรัส อย่างเป็นไข้หวัดหรือมีอาการหวัดบ่อยและรุนแรงขึ้นได้

แนวทางดีๆ ที่จะช่วยให้สามารถรับมือกับสภาวะความเครียดนี้ได้

1. ออกกำลังกาย คลายเครียด 

การออกกำลังกายในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการออกแรงอย่างหนัก เหงื่อตกมากๆ แต่เป็นการออกกำลังกายที่ให้ผลทางสุขภาพจิต เพียงแค่เดินปกติสัก 10 นาที ก็ได้ผลแล้ว แต่ถ้ามีเวลาหลังเลิกงานควรจะไปออกกำลังกายอย่างจริงจัง อย่างน้อยวันละ 30 นาที แค่ 3-5 วันต่อสัปดาห์ก็เพียงพอให้ฮอร์โมนแห่งความสุขทำงานได้อย่างเต็มที่

2. นั่งสมาธิ ฝึกจิต ลดเครียด

เมื่อรู้สึกวิตกกังวลมากเกินไป ลองหาเวลาทำสมาธิ หรือสวดมนต์ไหว้พระ ฝึกลมหายใจ ลองกำหนดลมหายใจเข้า-ออกง่ายๆ ทำให้ชีพจรเต้นช้าลงได้

3. จัดสรรเวลาในชีวิตประจำวัน

ทำ Work Life Balance คือ การจัดสรรเวลาการทำงาน และการใช้ชีวิตส่วนตัวให้ดีจะช่วยให้ชีวิตส่วนตัวดีขึ้นแล้ว นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

4. ผ่อนคลายด้วยการทำสิ่งที่ชอบ

การที่เราเอาตัวเองออกมาจากความเครียดได้สักพักหนึ่งให้ได้ทำสิ่งที่ชอบและอยากทำ ก็เป็นเรื่องที่ดี เช่น การนอนดูหนัง ฟังเพลงสบายๆ หรือออกไปหากิจกรรมทำ

ความเครียดเป็นเสมือนส่วนหนึ่งของชีวิต ถึงจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรู้จักจัดการบริหารความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน จะทำให้สามารถเรียนรู้ที่จะรับมือกับความเครียดได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและความสุขในการดำเนินชีวิตต่อไป